สวนสุนันทา สัญญาณเตือนว่าน้องๆนิสิตเรียนหนักเหลือเกิน
ในขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนานิสิตในทุกๆด้าน ทั้งในเรื่องของด้านร่างกาย มีกิจกรรมให้ร่วม มีสถานที่สำหรับบริหารร่างกายให้นิสิต รวมถึงสภาพการณ์ทางด้านจิตใจในเรื่องของการเรียนที่เครียดจนถึงเกินความจำเป็น ไปดูกันเลยดีกว่าว่าสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่นักศึกษาจำเป็นต้องรู้ว่า เรียนหนักเหลือเกินแล้วและก็ต้องพักบ้าง ดังนี้
1.สภาพร่างกายเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างสม่ำเสมอ ดังเช่น ปวดหัวบ่อยๆ อ่านหนังสือแล้วลายตาเป็นประจำปัญหากรดไหลย้อน ปัญหาเรื่องการย่อยของกิน ปัญหาท้องร่วงหรือท้องผูก ปัญหาในเรื่องของการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย ปวดศีรษะไมเกรน เป็นสัญญาณเตือนทางสุขภาพว่าน้องๆมีความตึงเครียดมากเกินความจำเป็น ส่งผลทำให้ร่างกายเหนื่อย หมดแรง ไม่มีแรงหรือบางบุคคลไม่สบายได้
2.ทางด้านภาวะจิตใจ เกิดความตึงเครียดสูงทำให้อารมณ์เสียง่าย อารมณ์ปรวนแปร รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง กังวล มีภาวะไม่มีชีวิตชีวา ร้องไห้ง่าย คิดมาก อาการพวกนี้บ่งบอกได้ว่าภาวะด้านจิตใจไม่มั่นคง
3.ด้านพฤติกรรม น้องๆบางบุคคลที่รู้สึกเรียนแล้วเครียดมากจนเกินความจำเป็น จะรู้สึกอยากตัดขาดจากสังคม ไม่
อยากไปพบเพื่อนพ้อง ไม่อยากไปเรียน รู้สึกบีบคั้น ไม่ต้องการที่จะอยากอ่านหนังสือ ไม่ได้อยากต้องการทำกิจกรรมอะไรเลย มีความคิดว่าเรียนไปแล้วปราศจากความสุข ทั้งที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามิได้เป็นความประพฤติปฏิบัตินี้เลย แต่พอเพียงเรียนหนักขึ้นเริ่มเป็น
4.ด้านสมองความคิดความจำ ไม่ค่อยมีสมาธิรู้สึกสมองเบลอ ความจำลดลง เรียนแล้วจำไม่ได้ทำข้อสอบไม่ได้ ทั้งที่อ่านหนังสือมาทั้งคืน เนื่องจากว่าความจำน้อยลง เกิดความเคร่งเครียดความไม่ค่อยสบายใจมาก นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินความจำเป็นเหนื่อยตื่นมา
พฤติกรรมต่างๆพวกนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชี้ว่าน้องๆนิสิต ssru เรียนหนักมากเกินความจำเป็น กระทั่งเกิดภาวะเครียดแล้วก็กดดันตัวเอง ทำให้ส่งผลทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สมอง การพักผ่อนและก็การกระทำที่เปลี่ยนไป ซึ่งน้องๆบางคนรู้สึกตัวแม้กระนั้นบางคนอาจจะไม่รู้ตัว ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าหากน้องนักศึกษามีความประพฤติแบบงี้
รวมทั้งมีสาเหตุจากความตึงเครียดในเรื่องของการเรียนที่สูง มุ่งมาดแล้วทำไม่ได้ ก็เลยเกิดความประพฤติปฏิบัติความเครียดรวมทั้งความกดดันเยอะขึ้น โดยเหตุนั้นควรจะขอความเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาของแผนก ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อช่วยกันปรับปรุงเนื้อหาทางออกให้กับประเด็นนี้ได้
แนวทางสำหรับในการปรับปรุงแล้วก็ช่วยลดความเคร่งเครียดความไม่สบายใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนได้ ดังต่อไปนี้
1.ให้จัดลำดับความสำคัญให้ดี ssru
หัวข้อการเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ว่าไม่ใช่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างของชีวิต ไม่เอาเวลาทั้งสิ้นของชีวิตไปทุ่มเทกับการศึกษามากเกินไปแต่ว่าจำเป็นที่จะต้องแบ่งเวลาให้เป็น จัดลำดับจุดสำคัญให้ดี การอ่านหนังสือและตั้งมั่นเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญมากเป็นอันดับ 1 อันดับต่อมาคือการทำกิจกรรม
ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดได้แล้วก็น้องๆจะได้พบมิตรภาพ ได้พบความสนุกสนานร่าเริงรวมทั้งบรรยากาศที่เปลี่ยนไป มากยิ่งกว่าการที่น้องๆเรียนอย่างเดียวและไม่พึงพอใจกิจกรรมอื่นๆเลย
2.ควรจะพักผ่อนสมองบ้าง ssru
สมองมนุษย์เราใช้งานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่ได้ น้องจำเป็นจะต้องแบ่งเวลาสำหรับในการพักผ่อน ยกตัวอย่างเช่น ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆในช่วงวันหยุด ,กลับไปอยู่ที่บ้านไปอยู่กับครอบครัว , ทำกิจกรรมที่น้องๆถูกใจให้ได้ผ่อนคลาย เป็นต้นว่าการดูหนัง, ฟังเพลง, สวนสุนันทา เล่นเกม, อ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สมองได้พักที่เกิดขึ้นจากด้านการเรียนบ้าง และไม่คร่ำเคร่งจนกระทั่งเหลือเกิน
3.บริหารร่างกายสม่ำเสมอ ssru
การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ก็ยังช่วยลดความเคร่งเครียดเจริญ แม้กระนั้นควรต้องไม่ออกกำลังกายหักโหมจนกระทั่งเกินไป น้องๆสามารถแบ่งเวลาหลังเลิกเรียน มาวิ่งออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนส ว่าย ได้ทุกกิจกรรมที่น้องๆชอบ จะช่วยผ่อนคลายลดความเคร่งเครียดได้แล้วก็ช่วยทำให้มีจิตใจที่เบิกบานร่าเริงมากขึ้น
4.กินอาหารที่มีสาระ สวนสุนันทา
ของกินจะช่วยเข้าไปปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมและบำรุงสมองด้วยเหตุว่าน้องนักศึกษาเรียนหนัก จำต้องใช้สมองเยอะการทานอาหารที่เป็นประโยชน์ จะช่วยซ่อมส่วนที่สึกต่อให้กับร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ปลาทะเล มีโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงเซลล์สมอง ผักใบเขียว ยกตัวอย่างเช่น ผักโขม คะน้า บร็อคโคลี่ ช่วยในเรื่องของความจำ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
อย่างเช่น สตอเบอรี่แครนเบอรี่ บลูเบอร์รี่ ช่วยกระตุ้นสมอง รวมถึงอะโวคาโด ด้วย
และควรงดเว้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากจะก่อให้แฮงค์ ตื่นมาวิงเวียน ไปเรียนไม่ไหวแล้ว ยังส่งผลให้สมองเสื่อมความจำไม่ดี
5.ขอความเห็นคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ ssru
ถ้าน้องนักศึกษามีความเคร่งเครียดในเรื่องเรียนหนักมากมาย แล้วไม่ทราบจะหาทางออกไหน ชี้แนะว่าควรจะหารือคนที่เชื่อใจได้ ได้แก่ คู่หู พ่อแม่ครอบครัวหรือจิตแพทย์ เพื่อช่วยทำให้น้องๆได้ระบายความตึงเครียดรวมทั้งทำให้เกิดกำลังใจสำหรับในการศึกษาต่อเยอะขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเพื่อการหารือจิตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยป้องกันอาการร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับในการระบายปัญหาชีวิตด้วย
ssru การตั้งมั่นเรียนตั้งใจอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ดี แม้กระนั้นการศึกษาหนักเกินไปมีผลทางด้านของสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจ โดยเหตุนั้นน้องๆควรต้องความเครียดลดลงและหากิจกรรมที่ถูกใจ ทำให้แฮปปี้กับการเรียนมากกว่าความเครียด นอกเหนือจากนั้นการเลือกหลักสูตรให้เหมาะสมกับความถนัดรวมทั้งความสามารถของตัวเองเป็นสิ่งที่จำเป็น
สำหรับ ssru เป็นสถาบันที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่นานาประการรวมทั้งครบวงจร รวมถึงมีกิจกรรมต่างๆให้ทำในระหว่างเรียนเพื่อช่วยลดความเครียดและยังเป็นการช่วยเหลือสังคมได้อีกด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีความมุ่งมั่นปรับปรุงให้นิสิตมีความสุขสำหรับการเรียนแล้วก็จบไปเป็นพนักงานประสิทธิภาพที่ปรับปรุงประเทศสม่ำเสมอในระดับสากล
เอกสารสมัครเรียนสวนสุนันทา ssru Ssru.ac.th 2 ก.พ. 2569 Ouida ฝึกงานสวนสุนันทา สวนสุนันทาคณะครุศาสตร์ Top 5
ขอขอบคุณอ้างอิง สวนสุนันทา